2005/Aug/25

ชีวิตเราทุกคนย่อมต้องมีความผูกพันธ์กับใครสักคน ทุกคนรอบกายที่สัมพันธ์กับเรา มักมีความสำคัญต่อเราเสมอ ความสัมพันธ์ระหว่างคนที่รักใคร่ ถนอมน้ำใจกันมา ต่างคอยเชื่อถือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และสายใยแห่งความสัมพันธ์นั้น เมื่อผ่านเวลาผ่านไป ก็ยิ่งเพิ่มพูนและลึกซึ้งมากขึ้นจนกระทั่งเราสามารถสละตัวเองเพื่อ ใยแห่งความสัมพันธ์นี้ เพียงเพราะว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญต่อพวกเรา บางครั้งคนเราอาจต้องจำจากด้วยสาเหตุต่างๆอย่างง่ายดายจนน่าตกใจ การจากไปในครานั้นบางทีอาจเป็นการลาจากอันนิรันดร์ และเมื่อจากกันไป ตัวเราอาจมีบางสิ่งที่อาจค้างคา สุดท้ายสิ่งที่เหลืออยู่ ก็คงเป็นเพียง ความตอกย้ำถึงความผิดพลาดของตนในอดีต

ในเขาวงกตแห่งโลกาที่เราต้องออกก้าวเดิน หลายครั้งที่เราเกิดหลงทาง แต่ผู้นำทางในหลายต่อหลายครั้ง มักเป็นผู้ร่วมทางในชีวิตของเราที่เจอในเส้นทางอันยาวไกล
ณ เส้นทางที่ยาวไกลในเขาวงกตแห่งนี้ ทุกเส้นทาง ย่อมมีความแตกต่าง แต่ในเวลาเดียวกัน หลายเส้นทางย่อมต้องมาบรรจบเป็นหนึ่ง และร่วมทางด้วยกันไป ในเขาวงกตแห่งนี้นับล้านเส้นทางนับล้านประสบสบการณ์ ก้าวต่อไปอาจเลวร้าย หรืองดงาม
แต่ที่สำคัญก้าวต่อไป เราอาจไม่ได้เดินร่วมทางกันอีก แยกต่อไปใครสักคนอาจต้องลาจาก แต่ที่สำคัญที่สุดในบัดนี้เส้นทางของพวกเราได้มาบรรจบกันแล้วแ แม้จะแยกจากกันแต่คำว่า เส้นขนาน คงใช้กับเราไม่ได้อีก ฉะนั้นความศรัทธาของฉันต่อพรหมลิขิตคงไม่มีวันที่จะเปลี่ยนแปลง กับ คำว่า"พบปะอีกครั้ง"ระหว่างพวกเรา
บนเส้นทางยาวไกล 2ข้างทางเต็มไปด้วยรูปภาพที่เปี่ยมด้วยสีสันต์แห่งอารมณ์มากมายที่เราได้ร่วมเสพ เส้นทางมากมายหลากหลายรูปแบบที่เราต้องเดินผ่าน แม้ยากลำบากเพียงใด เราก็พร้อมใจกันเดินข้ามมันมา ถึงแม้ว่า หลายต่อหลายครั้งที่เราอาจท้อไปบ้าง แต่เราก้ยังมีพวกเธอที่คอยช่วยกันประคองและฉุดดึงฉันให้ก้าวต่อไปข้างหน้า
สภาพอากาศมากมายที่เราต้องพ้นผ่าน ฤดูร้อนที่ร้อนแรง ดั่งโกรธาที่เราได้ร่วมกันรับรู้ ฤดูฝนที่แสนโศก หยาดน้ำตาที่ไหลรินบนใบหน้าของพวกเธอ แต่มันกลับทำให้ใจของฉันร่วมร่ำไห้ไปพร้อมกับเธอ ฤดูหนาวที่แสนเย็นเยือก ความเงียบเหงาอันน่าเศร้า ความหนาวเหน็บในจิตใจแห่งความโดดเดี่ยว แม้หลายครั้งที่ตัวฉันเริ่มรู้สึกถึงเพียงแต่ความเจ็บปวดจากความหนาวเย็นอันโหดร้าย แต่ฉันก็ยังมีพวกเธอที่คอยมาเป็นแสงไฟอันอบอุ่น ที่คอยกอบกู้ฉันจากความเหงาอันนิรันดร์
บางครั้งเส้นทางข้างหน้า อาจมีหมอกหนา พวกเราพลัดหลงต่อกัน แต่พวกเธอก็มิเคยที่จะนึกทิ้งเราและเดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่มีเรา แต่พวกเธอจะย้อนกลับมาเสาะหาถึงตัวฉันที่ยังหลงทางอยู่ข้างหลัง ดั่งยามเกิดปัญหาทุกๆคนมักรวมตัวกันช่วยเหลือมากกว่าที่จะตีจาก
เราทุกคน แม้ว่าจะ ต่างครอบครัว ต่างสภาพแวดล้อม ต่างสกุล ต่างสายเลือด ต่างนิสัย ต่างความคิด แต่สิ่งหนึ่งที่เรามีเหมือนกัน ก็คือ ความรัก ต่อพวกเราผองเพื่อนทุกคน จริงไม๊? แม้พวกเราอาจมาจากครอบครัวที่ต่างกัน แต่เราก็เหมือนกับครอบครัวเล็กๆที่รักใครต่อกันดีนะ ครอบครัวเป็นสิ่งที่ไม่มีการทิ้งใครไว้เบื้องหลัง? แล้วพวกเธอ ก็คงไม่เคยคิดจะทิ้งฉันไว้เบื้องหลังด้วย ใช่ไม๊? ฉันมั่นใจนะ ว่าไม่มีทางหรอก ที่พวกเธอจะทิ้งฉันไว้เบื้องหลัง โดยไม่สนใจ ไร้เยื่อใยต่อฉัน นั่นสินะ สิ่งที่เราเป็นอยู่^^
แต่แม้ว่าพวกเธอจะรักฉันเพียงใด ห่วงเพียงใด แต่สุดท้ายเราก้มิอาจหนีจากคำว่า"ลาจาก" หากก้าวต่อไป ถึงแยกที่เราทุกคนต้องแยกกันไป ฉันคงไม่คิดจะร่ำไห้ให้พวกเธอได้เห็น แต่ฉันคงคิดที่จะหันกลับมาหาทุกคน ยิ้ม
"ขอบคุณนะ อย่าเสียใจไปเลยที่พวกเราต้องลาจาก แต่พวกเรามาช่วยกันดีใจเถอะ ที่ครั้งหนึ่งเราได้ร่วมทาง แม้ว่าข้างหน้าเส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลแค่ไหน ฉันไม่รู้ว่าจะต้องหลงทางอีกกี่หมื่นครั้ง ล้มอีกกี่แสนครั้ง ร้องไห้อีกกี่ล้านครั้ง แต่สิ่งที่ฉันดีใจที่สุด ก็คือ ครั้งหนึ่งที่ได้ร่วมทางกับพวกเธอ และบางที ที่ทางแยกต่อไปเราอาจได้พบเจออีกนะ ลาก่อน รักนะ"
หลายต่อหลายสิ่งที่เราได้ร่วมสร้าง ที่ฉันไม่เคยคิดว่ามันสลักสำคัญสักเท่าไหร่ แต่วันนี้ แม้ว่าสิ่งเหล่าจะไม่ได้ดำรงอยู่ในโลกใบนี้ แต่ฉันก้รู้ว่ามันมีค่าที่สุดหาใดปานสำหรับฉัน มันได้กลายเป็นความทรงจำล้ำค่าในสิ่งที่เราร่วมผ่านด้วยกัน ต่อไปนี้สิ่งเหล่านี้มิอาจดำรงต่อไปอีก แต่มันจะยังคงดำรงอยู่นิรันดร์มิห่างกายาในรูปแห่งความทรงจำของฉันตลอดไป
ก้าวต่อไปบางทีหลายต่อหลายสิ่งอาจต้องนับเริ่มต้นด้วยศูนย์อีกครา แต่คราวนี้ฉันคงไม่กลัวที่จะนับศูนย์ใหม่อีกครั้งหรอกนะ เพราะการเดินทางที่แสนยาวไกลที่ฉันได้เคยร่วมเดินกับพวกเธอมันทำให้ได้รู้ถึง ความสุขและความล้ำค่ากับทุกสิ่งที่เรานับมันมาด้วยกัน เมื่อมันนับมาถึงจุดสิ้นสุด สิ่งที่เรานับมา มักเป็นความสวยงามแด่เราเสมอ ถึงแม้ก้าวต่อไปจะเหงาบ้าง แต่ก็คงจะเดินไปด้วยความมั่นใจ

สำหรับเพื่อนบางคนเราอาจต้องกล่าวคำว่าลาจากเพื่อก้าวต่อไป แต่เพื่อนบางคนเราอาจต้องพบเจอกันชั่วชีวี การเกิดของทุกสิ่งมันมักมาจากเรา ว่าจะลงมือทำหรือไม่ ฉะนั้น เราจะสานสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่มีอยู่ให้ดีขึ้นหรือแย่ลงเพียงไร ก้คงขึ้นกับเรา การที่เราชนะเพื่อนตลอด มันไม่ใช่ความสุขเท่ากับการได้ยอมแพ้เพื่อนเสียบ้าง เพื่อให้พวกเราได้อยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาคและมีความสุข
การที่เราจะเรียนรู้ใครสักคน เราต้องเรียนทั้งการเป็นเพื่อนและศัตรูของคนๆนั้นในเวลาเดียวกัน เราจึงจะกล้าที่จะห้ามในสิ่งที่ผิด พูดในสิ่งที่ถูก ความจริงของทุกสิ่งที่กระทำ การหันหน้าเข้าหากันด้วยความจิง แม้อาจจะไม่สุขเสมอไป แต่มันก้คงจะดี ถ้าทุกคนเข้าใจจริงๆ ถึงสิ่งที่เพื่อนต้องการให้เป็น ให้ทำ ให้รุสึก อาจน่าจะเป็นสิ่งที่คำว่า เพื่อน น่าจะเป็นที่สุด
ทุกอย่างมีเริ่มก้ต้องมีจบ เมื่อเราได้อยู่ร่วมกัน การจากลาก้ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา แต่การที่เราได้อยู่ร่วมกันนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่ธรรมดา แต่เป็นเรื่องราวที่พิเศษของชีวิต ที่ทำให้เราได้มีช่วงเวลาดีๆที่ได้อยู่ร่วมกัน เมื่อวันที่เราต้องลาจาก การเสียใจมันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก ในเมื่อ เราได้เคยสัมผัสถึงไออุ่น และความรักจากเพื่อนๆที่เราอยู่ด้วยกันเป็นประจำ แต่ต่อไป อาจไม่ได้สัมผัสกับสิ่งที่เหมือนกับที่เราได้สัมผัส แต่ถ้าเราไม่เคยที่จะได้สัมผัสมัน เราคงไม่รุสึกอะไรทั้งนั้น ฉะนั้น การเสียใจคงเป็นเรื่องธรรมดาที่แสดงให้เห็นว่า ครั้งหนึ่งเราได้สัมผัสถึงมัน

แด่ นู๋เพะ นางับ


ปล. ถึงไม่เลิศหรู แต่นี่ก้เขียนด้วยความรู้สึกแล้วก้ความคิดที่ตัวเองคิดว่าน่าจะเปงง้านจิงๆนางับ ตามที่ขอไง^^


2005/Jul/16

คนเราก้แปลกดี หลายๆครั้งนึกว่าตัวเองรุใจตัวเองดีที่สุดแล้ว ในเวลาเดียวกัน มันกลับมีบางอย่างที่แฝงอยู่ในเงา แล้วเงานั่นตะหากที่เป็นสิ่งที่ใจเราต้องการจิงๆ งงดีๆ อาวเปงว่า งืมมมมม เงาของเงาละกันนะ มันเหมือนเป็นอะไรบางอย่างที่จะทำงาน เมื่อเงื่อนไขที่1มันครบแล้วหรือข้อตกลงที่1ได้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว มันจะเกิดความรุสึกที่กลับกันสุดเหวี่ยง นี่ละ คืออะไรที่ผมกำลังเป็นอยู่ในหลายๆเวลาที่ผ่านมา สักวัน อาจเกิดปรากฏการณ์ดอปเปิ้ลแกงเกอร์กะตัวผมก้ได้ละมั้ง ถ้าเปงงี้ต่อไปอีก พอเถอะ วันนี้ที่มาอัพ ไม่ได้กะอัพเรื่องหนักๆเหมือนเมื่อก่อน ถ้าเกิดผมอัพเรื่องหนักๆที่มานเน้นปรัชญา แฝงๆเข้าไปอีก ตอนนี้ผมคงไม่ไหวแน่เลย อาวเปงว่า จาขอบ่นอีกสักทีละกันนะ

อย่างว่าละนะ ช่วงนี้ผ่านเหตุการณ์ต่างๆมากมาย แปลกๆดี ต้องจำจากกะเพื่อนหลายๆคนโดยที่ยังไม่ได้เอ่ยคำว่าลาก่อนด้วยซ้ำไป มันแลเป็นอะไรที่ค้างคา ไม่ชอบเลยอะ แต่สักวันเราก้คงเจอกันอีกใช่ไม๊เพื่อนๆ?

หลายๆเรื่องสอนให้ผมมีความคิดหลายอย่างเปลี่ยนไปอีกแล้ว ความจิงใจ หลายๆครั้งมันมาจากการเสแสร้ง คำว่า ห่วง หลายๆครั้งมันออกมาจากปากคนง่ายเกินไป รัก มันไม่ได้มาจากการแรกพบ แต่มาจากการผ่านเวลาที่เลวร้ายไปด้วยกันตะหาก แต่บางทีผมก้ไม่เคยคิดจะพูดคำนี้ ถ้าเกิดผมยังไม่เจอกับคนที่ผมรุสึกอย่างนี้จิงๆ และความรุสึกตอนนี้ มันกลัดคิดว่าทุกอย่างมันเสแสร้ง แม้อะไรที่คิดว่าผูกพันมานาน ก้เป็นเพียงมายา ภาพลวง ที่หน้าไหว้หลังหลอก ก้แค่นั้น สิ่งสุดท้ายที่ผมทำ คือบอกเธอ ไปเถอะ ไปกับเพื่อนใหม่ๆของเธอน่ะดีแล้ว ตอนนี้ผมคงไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นเพื่อนคุณแล้วละ ทุกอย่างวันนี้เป็นเพียงความทรงจำ และวันข้างหน้ามันก็เป็นเพียงอากาศธาตุ ที่ไม่มีใครเห็น นึก มอง สนใจมัน ฉะนั้น จงไปเถอะไม่บังคับหรอก

คุยกะเพื่อนบางคน เกี่ยวกับการประกาศว่า"บล๊อคของเราอัพแล้ว" เป็นเรื่องดีฉไน หารุไม่ว่า บางที คนเขารำคาญด้วยซ้ำ เพื่อนผมมันโดนด่ามาแล้ว แต่ก้นะ ความคิดผมตอนนี้ ก้คงอยากบอกห้ายเฉพาะคนผมอยากห้ายมาอ่านและรับรุถึงหลายๆอย่างเกี่ยวกะผมซะมากกว่าแล้วละ

ความรุสึก กลับเย็นชามากกว่าเดิม ความเย็นชาที่ผมต้องแสดงในตอนนี้ ไม่ใช่การที่ไร้ความรุสึกกะคนรอบข้างเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วละ แต่เป็นความรุสึกที่แฝงไปด้วยความไร้ความรุสึก งงไม๊?การกระทำที่บางที ทำผ่านๆไป น่ะ แต่สำหรับเพื่อนๆของผมตอนนี้ ผมไม่คิดจะทำงั้นกะเขาหรอกนะ กับคำว่า เพื่อน อย่างว่าแหละ ความรุสึกไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

การทดสอบ มักเกิดขึ้นกับชีวิตเรา ผมโดนทดสอบมาหลายครั้งหลายคราละ ถึงคราวที่ผมต้องทดสอบคนอื่นมั่งละ กับเวลา1ปี ถ้าเขารับผมได้ ยังเป็นในอย่างที่เป็นอยู่ ผมคงเอ่ย คำที่ผมไม่คิดจะเอ่ยได้จิงๆละมั้งนะ ก้น่าจาลองดู

ทุกอย่างที่เป็นตัวผม ไม่คิดจะทิ้งมันไป ไม่ว่าวันไหนก้ตาม เพียงแต่วันนี้ ผมยังไม่จำเป็นต้องแสดงมันออกมา ผมไม่ได้เสแสร้ง เพียงแต่ ผมยังไม่ได้แสดงในบทที่ผมต้องแสดง ก็แค่นั้น เพียงแต่สิ่งที่ผมเห็นอยู่ทุกวี่วันจากคุณตะหาก เสแสร้ง ทั้ง นั้น ผมไม่แค้น ไม่อาฆาต แต่ผมจำแม่น

เพื่อนที่ดีที่สุดของผม คงเป็นเสียงเพลง เพลง? คงคิดว่าบทเพลงที่คุณฟังกันทุกวันสินะ ไม่หรอก ทุกๆเสียงที่ผ่านหูผม เสียงลมพักพริ้มยามเงียบเหงา เสียงฝนไหลรินยามโศกเศร้า เสียงฝีเท้าของทุกๆคน เสียงกระแทกของสิ่งต่างๆ ทุกอย่างล้วนเป็นเมโลดี้ ล้วนเป็นเพื่อนของผม ผมคงหาเพื่อนอย่างนี้ไม่ได้ที่ไหนแล้วละ เพื่อนที่อยู่กับผมทุกเวลา แม้ผมหูหนวก คุณคงมอบเสียงเพลงสุดท้ายให้ผม "Silent Luv"

ก็ไม่รุจะอัพไรต่อ บ่นยาวไป เดี๋ยวหลายๆคนจามาสวดผมอีก ว่ามันยาว จาอัพไมเยอะนัก ก้นะ แต่ความรุสึกแปลกๆที่เกบไว้มันยังมีอีกเยอะแหละน่า ไว้ค่อยๆบ่น จาลองคิดเรื่องหนักๆมาลงบ้างก้ดี บริหารหมองหน่อย แหะๆ บายงับ

แด่ เพื่อนๆ 41.

หลายๆครั้งที่ผมสงสัย ทำไมคนเราต้องแยกจาก ในวันสุดท้าย ทำไมเราต้องเสียใจ ทั้งๆที่เจอกันวันแรก หลายๆคนไม่ได้รุสึกดีใจเวลาที่ใช้ร่วมกัน อย่างไม่เคยคิดเห็นความสำคัญมันก้มีบ้าง แต่ทำไมเราถึงต้องฝังใจ? แต่วันนี้ เพื่อนๆทุกคน สอนให้ผมรุแล้วละ ทำไมเราต้องแยกจากกัน

"เมื่อเราแยกจากมันทำให้เรารุถึงคุณค่าของการพบปะ" ทำให้ผมให้ความสำคัญกับ การพบปะกับคนข้างหน้า ได้มากขึ้น

ลาก่อนจิงๆนะเพื่อนๆ ขอบคุณทุกอย่างเลยงับ mizzทุกๆคนเลยอะ ช้าปายนิดก้คงไม่มีครายว่าหรอกมั้งนะ กะลังวุ่นๆ^^


ชอบเพลงห่วงหา ชอบมากมาย

ไม่เห็นมีใครรักฉันเลย

ไม่มีใครจะคอยซับน้ำตา

ไม่มีคนห่วงใย ในยามที่ใจฉันมันอ่อนล้า

ไม่เห็นมีใครคิดถึงฉันเลย

ไม่มีใครอยากจะเสียเวลา ไม่มีคนใส่ใจ ถูกโยนไว้ตามลำพัง

ค่ำคืนเหน็บหนาว สายฝนยังโปรยปราย น้ำตารินดังสายฝนพรำ

อยากมีความรัก ต้องการความทรงจำ

ขอเพียงใครสักคนนึง มีใครสักคนคอยห่วงหา

ในชีวิตคนทุกคน ยังจะมีช่วงชีวิตเลวร้าย

ขอใครเพียงสักคน อยู่คอยช่วยเป็นกำลังใจ

ไว้คราวหน้าจาบ่นอีก ละกัน จากี่เดือนน๊า ที่ผมจะกล้ามาระบายลงบล๊อคของผมอีก สมองผมตันหมดแล้วแหละ


Gallery


ชักอยากเลี้ยงหมามั่ง แต่ตัวเองยังเอามะรอดเลย แหะๆ


เย้ว ETจงเจริญ(โปรโมตๆๆๆๆๆๆๆๆ จาได้ค่าโฆษณามะ)

(มะรุจาอาวเพลงรายลง -*-)



2005/Apr/30

ตอนนี้ก็ผ่านสงกรานต์มานานพอควรแล้วนะครับ บังเอิญผมไปเจอบทความบทนึงจาก

หนังสือที่ไม่น่ามีสาระเท่าไหร่ ที่เกี่ยวกับสงกรานต์ ที่แซวแกมติเตือนเล็กๆ พอน่ารัก(รึป่าว)

มาให้อ่าน เพื่อให้มีสติกันซะบ้าง ในการเล่นสงกรานต์ ผมก็เป็นคนนึงที่ชอบวันสงกรานต์

แต่นั่นก็แค่อดีต ปัจจุบันก็งั้นๆแล้วครับ ซึ่งเหตุผลก็คล้ายๆที่เขากล่าวมาน่ะแหละ ลองอ่าน

ดูครับ

(บทความ"1ปีมีหนเดียว ขอพักเรื่องแร็ก แล้วขอบ่นเรื่องสงกรานต์ซะยังงั้น!!!"จากRO

Club ,Issue71,P 34,คอลัมน์ ROซอกหลืบ)

เออ จะว่าไปแล้ว...นี่ก็ใกล้สงกรานต์แล้ว ไม่รู้ว่าคุณMelody ที่อยู่หลังกระดาษแผ่นเดียว

ของผม เค้าจะเอาประวัติสงกรานต์มาลงให้อ่านกันรึเปล่า ถ้าไม่ได้ลงก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวผม

จะใช้ความรู้ที่มีอยู่น้อยนิดอธิบายให้ฟัง... คือจริงๆแล้วเนี่ย คำว่า "วันสงกรานต์" ชื่อเต็มๆ

ของมันก็คือ "วันสงกรานต์อ่าวเปอร์เซีย" นั่นเอง อ้า...งง งงกันละสิ เพราะอะไรละ...

เพราะคนสมัยก่อน พอถึงวันสงกรานต์เค้าก็จะออกมาเล่นน้ำกัน น่ารักๆงุงิๆ เล่นกันขัน

เล็กๆปืนฉีดน้ำกระจิ๋วหริว ดูแล้วสบายตา ผู้หลักผู้ใหญ่เห็นก็ชอบ ไม่รุนแรง ไม่นองเลือด

ไม่เปลืองน้ำอีกต่างหาก แถมยังอยู่ในกรอบประเพณีไทยด้วย นั่นคือดีตชาติของวัน

สงกรานต์

แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไปคนไทยเริ่มมีความรู้วิทยาศาสตร์มากขึ้น เข้าใจว่า เออ เว้ย!!!

น้ำสามารถแปรรูปได้นิหว่า เราจะดักดานเล่นแบบเดิมๆทำไม คิดดังนี้ ยุคหลังๆก็เลยมีการ

แปรรูปในการเล่นสงกรานต์มากขึ้น จากที่เคยมาแค่น้ำ ปัจจุบันจะมีออปชั่นเสริมเข้ามาด้วย

เช่น น้ำแข็ง น้ำผสมวาเป๊ก ผสมเม็ดแมงลัก ไอ้อย่างสุดท้ายที่เจอมากับตัว ถ้าไม่ติดว่าอยู่

ในช่วงเทศกาลละก็ ป่านนี้มันตายไปแล้ว!!! ซักออกอย่างยากเลยคุณเอ๊ย แปรงแล้วแปรง

อีกเหนีบวซะโอ๊ย...สุดท้ายก็ต้องใช้ปากดูดแล้วบ้วนทิ้ง ใช้เวลาขจัดคราบทั้งสิ้น 6ชั่วโมง

ถ้วน สุดท้ายก็ได้ผ้าขี้ริ้วผืนใหม่มาผืนนึง ขอบคุณมาก ปีนี้อย่าให้เจออีกนะแก พ่อจะโดด

สาดมันทั้งโอ่งมังกรเลยคอยดู

น้ำแข็งอีก ถ้าเป็นน้ำแข็งเซเว่นตูจะไม่ด่าบุพการีมันเลย จะหยิบมาเคี้ยวเล่นด้วยซ้ำ แต่

มันดันใช้น้ำแข็งหลอดครับ!!ก้อนเท่าควาย โห คุณเอ๊ย...ทั้งเจ็บมั้งเย็นยะเยือก บางคนก็

ต้องการเน้นความเย็น มันเล่นใช้น้ำแข็งจากโรงน้ำแข็งเลย ขนาดกว้าง40 ยาว90 สูง10ซม.

ไม่ต้องเสียเวลาคำณวนความหนาแน่น เอาใส่ไว้ในถังพลาสติกทั้งก้อน ตัดน้ำสาดโดนที

เด้งเป็นปลาดุก!!นี่ยังดีนะที่มาแต่น้ำ มันไม่เขวี้ยงน้ำแข็งขั้วโลกของมันมาด้วยก็ดีแค่ไหน

แล้ว เฮ้ย... โทษนะ สาดกันงี้ลงมาต่อยกันเลยดีกว่าไม๊ฮึ

ยังๆ ยังไม่พอครับ ไอ้น้ำผสมวาเป๊กนี่อีก แสบมาก ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นคิด วาเป๊กเค้าเอา

ไว้ดมแก้หวัด!! ไอ้บ้านี่ดันเอามาผสมน้ำแล้วสาด ผสมน้ำนี่ผมว่าแย่แล้วนะ โดนทีก็แสบ

วาบไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว บางคนมันเล่นผสมกับน้ำที่อยู่ในถังน้ำแข็งขั้วโลกของมันอีก !!

โห...เฮ้ย!!จะเอาเย็นไปถึงไหนวะ ไม่เอาหิมะมาปากันเลยละเว้ย

ก็เนี่ยละครับ!!!อย่างที่บอก มันเล่นกันซธขนาดนี้ เล่นไม่เหลือเค้าของคำ

ว่า"สงกรานต์"แล้ว ดูยังไงก็สงครามชัดๆ โธ่ คนสมัยก่อนเค้าเล่นออกจะน่ารัก เดินถือขัย

ถือดินสอพอง รดน้ำกัน ปะแป้งกันพอหนุกหนาน ไอ้รุ่นเราดันไปทำลายมันซะหมด พวก

ผู้ใหญ่เค้าด่าว่าเล่นกันแบบไร้สมองก็ไม่เห็นแปลกเล้ย...ไม่เชื่อ จะเปรียบเทียบอย่างเป็น

ทางการให้ดู!!!

สมัยก่อน: อุปกรณ์เล่นน้ำมีแค่ขันน้ำ กับปืนฉีดน้ำอันเล็กๆ ฉีดพอเปียก

ปัจจุบัน: บาซูก้าท่อแป๊ป แรงถีบทำลายเครื่องใน ระเบิดน้ำแข็งเปล่า กระสุนเลือดได้หลาย

เวอร์ชั่น (น้ำเย็น เย็นมาก เย็นยะเยือก)พิเศษเพิ่มอ๊อปชั่นวาเป๊ก เม็ดแมงลัก แฟ๊บ แชมพู

อะไรก้ว่าไป สาดทีไม่แข็งตายก้กลับไปปอดบวมที่บ้าน

สมัยก่อน: ผู้คนเดินเล่นพรมน้ำกันอย่างสนุกสนานในซอย

ปัจจุบัน: กระบะแมชชีน บรรทุกมนุษย์เดนตายเกือบ20ชีวิตที่ต้องการหาความท้าทายและ

ต้องการหาศัตรูทั่วราชอาณาจักร

สมัยก่อน: ผู้หญิงแต่งตัวมิดชิด

ปัจจุบัน: โนบรา!!สายเดี่ยว เกาะอก กางเกงขา โค ตะ ระ สั้น พรีเซนต์ขี้กลากขี้เกลื้อนและ

รอยสักเต็มที่ โถ... แม่คุณ ถ้าไม่ติดข้อหาอนาจารนี่คงแก้ผ้าเล่นไปแล้วใช่ไม๊

สมัยก่อน: แทบไม่เคยพบกระเทยออกมาเล่นน้ำ

ปัจจุบัน: ยุคเรอนาซ็องค์ของกระเทยไทย วันสงกรานต์พบเห็นง่ายกว่าผู้หญิงซะอีก ทุกๆ

ข้างทางะรยะ5เมตร พวกพี่แกจะเปิดเพลง รีมิกซ์เสี่ยวๆ ดังๆ แล้วก็ออกมาโชว์ลีลาแดนซ์

กระจาย การแต่งกายไม่ต้องพูดถึง ยิ่งกว่าผู้หญิงอีก บางคนใส่ชุดว่ายน้ำทูพีซ !!!ไม่ได้ดู

หน้าตาตัวเองเล้ย!!!จากนั้นมันจะหาเก้าอี้มาตัวนึง แล้วก้ขึ้นไปเต้นโชว์บนนั้น!!ให้ฝรั่งรู้

ว่า"ผีเปรตไทยเวลาหิวข้าวน่ะ มันมีอาการยังไง"โอ๊ย.. สุดทุเรศเลยแก นึกภาพตาม

แล้วอยากจะอ้วก ใครก้ได้ช่วยเอาน้ำมนต์ไปสาดพวกมันทีเถอะ!!จะเป็นพระคุณอย่างสูง

เลย พวกมันจะได้ไปเกิด

สมัยก่อน: เวลาสงกรานต์มีแต่เสียงสาดน้ำ เสียงหัวเราะ ได้ยินแล้วมีความสุข

ปัจจุบัน: เสียงเพลงฮาร์ดคอร์!! เสียงบิดมอไซค์!! โดยเฉพาะไอ้เสี่ยงบิดมอไซค์ ได้ยินทุก

ปี ไม่รู้มันจะบิดหา(......)อะไรของมัน รำคาญเว้ย!!! โค ตะ ระ เกลียดเลย โดยเฉพาะพวกที่

ทำเป็นขาใหญ่ (แต่สมองไร้รอยหยัก) ที่ชอบไปหยุดรถมอไซค์ของคนอื่น แล้วบังคับให้เค้า

บิดเครื่องดังๆน่ะ ถามจริงๆ บ้านแกอยู่ใต้ทางด่วนรึไง!! วันไหนแกไม่ได้ฟังเสียงเครื่องยนต์

แล้วจะนอนไม่หลับรึเปล่า เฮ้อ... น่าสงสารเนาะ สงสัยชาติที่แล้วคงจะตัดบาตรด้วย

หนังสือเรียนน้อยเกินไป ชาตินี้ถึงได้พิการทางสมองแบบนี้ ว่างๆแกน่าจะไปทำบุญด้วยการ

ไปโดดตึก15ชั่นเล่นมั่งนะ เผื่อแผ่นดินจะได้สูงขึ้นบ้าง

สมัยก่อน: ใช้แป้งผสมน้ำแต้มเป็นด้วงนิดๆพอน่ารัก

ปัจจุบัน: ก็ยังใช้แป้งผสมน้ำเนี่ยแหละ แต่ใช้ในปริมาณแป้งเท่ากับทำขนมเค้กแต่งงาน7ชั้น

ผสมกับน้ำครึ่งขัน ความเหนียวเหนอะเป็นรองแค่หมากฝรั่งเท่านั้น จากนั้นก้จะใช้มือจ้วง

แป้งขึ้นมาก้อนเบ่อเร่อแล้วก้ ทำการปาด!!โปรสังเกตคำกริยา ปาด!! ไม่ใช่แต้ม!! ปาดยังไง

ก็ได้ให้แป้งในมือเราเหลือน้อยที่สุด

และส่วนใหญ่ผู้ที่โดนปาดจะมี3ประเภท

1.สาวสวย: อันนี้เน้นแต๊ะอั๋ง โอกาสเดียวที่ชายไทยทั้งประเทศรอคอย เพราะจะสามารถจับ

ต้องใบหน้าของผู้หญิงที่สะสวยได้โดยที่ไม่ถูกแฟนของเธอโดดถีบ กรณีนี้สามารถอธิบาย

ได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ เพราะไอ้แฟนของเธอ มันก้ถือแป้งไปไล่ปาดสาวอื่น

2.กระเทย หรือผู้หญิงที่หน้าตาอุบาทว์ๆ นิสัยแรดๆ: ที่ปาดใส่พวกนี้ไม่ใช่เกิดอารมณ์

พิศวาสแต่อย่างใด แต่ทำเพราะหมั่นไส้ประมาณว่าไม่อยากเห็นหน้า ก็เลยเอาแป้งไปปิด

ผนึกไว้ ซึ่งผลของมันก็จะทำให้พวกนี้พูดจาแทะโลมหนุ่มๆลำบากขึ้น บางตัวก็สำลักแป้ง

จนเสียชีวิต ถือเป็นการสกัดดาวรุ่งที่ได้ผลในระดับหนึ่ง

3.พวกขี่มอไซค์ซ้อนสาม: บอกตรงๆว่าเห็นแล้วมันอดไม่ได้จริงๆ ยิ่งขับมาเร็วมากๆด้วยนะ

ไม่ต้องทำไรมาก ควักแป้งแล้วไปยื่นมือักรอไว้เลย แป้งจากมือเราจะปาดมันตั้งแต่คนขี่!!

คนซ้อนคนแรก!! แล้วตามด้วยคนที่สอง!! ครั้งเดียวได้ถึงสาม ความรู้สึกเหมือนทำแฮ

ททริกได้ยังไงไม่รู้ สะใจ ส่วนไอ้3คนที่โดนปาดจะไปคว่ำโค้งหน้าก็ช่างเค้า เราก็รอดเหยื่อ

ของเราต่อ...

เห็นไม๊ครับ...ผมเองก็เขียนไปสะเทือนใจไป เฮ้อ...สังคมเราเปลี่ยนไปมากขนาดนี้แล้วหรือ

แล้วจากนี้อนาคตของสงกรานต์บ้านเราจะเป็นยังไงต่อไปละเนี่ย ีอก10 ปีข้างหน้าคงขับรถ

ดับเพลิงมาเล่นน้ำกันแล้วละมั้ง หมดเลยครับยังงี้ ต่างชาติเค้าจะมองบ้านเรายังไง ความ

ประทับใจคงไม่เหลือแล้วละครับ ไม่ใช่ว่าผมต้องการให้กลับไปนุ่งโจงกระเบนเล่นน้ำแบบ

เดิมนะ เข้าใจว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว มันก็ต้องมีประยุกต์กันบ้าง แต่ผมอยากให้มันมี

ขอบเขตนิดนึง อะไรที่ทำแล้วคนอื่นเดือดร้อน แต่เราสะใจ อย่าทำเลยครับ สาดน้ำกันก็

อย่าสาดแต่น้ำประปาอย่างเดียว... สาดน้ำอย่างอื่นแถมไปด้วยก็ดีนะครับ สงสัยละสิ น้ำ

อะไร...
น้ำใจไงละครับ ใครโดนสาดก็มีแต่รอยยิ้มทั้งนั้นแหละ ฝากไว้ด้วยนะครับ

เท่าที่เสนอไปก็เป็นอะไรที่เป็นความจริงในสังคมปัจจุบันนะครับ หลายๆคนที่พัฒนา

เทคโนโลยี แต่ไม่ได้พัฒนาตัวเองเลย ก็ขอให้เพื่อนๆเก็บไปคิดก็ดีนะครับ ระหว่างอดีตกับ

ปัจจุบัน

(ปล. โดยปกติ บทความในบลอคนี้ผมจะเขียนเอง คราวนี้ผมเห็นว่าบทความนี้น่าเป็น

ประโยชน์ต่อหลายๆคน และน่าสนใจ อ่านแล้วไม่เครียดจนเกินไป จึงนำมาลงเสนอให้

เพื่อนๆอ่านกัน บายครับ)


~ISSUE~XI:ChapterII~ -GaLLERY-

ลงไปได้ไงหว่า น้องม๋า -*-